Home  The Band The History The Music The Facts The Gallery Quotes Download Webboard Guestbook




Morning Glory เป็นศัพท์แสลงของอังกฤษที่โนลได้ฟังมาอย่างบังเอิญในการคุยโทรศัพท์กับเพื่อน และต่อมามันก็กลายเป็นหนึ่งในชื่ออัลบั้มที่ถูกกล่าวขานไปทั่วโลกอย่าง (What's the Story) Morning Glory? อัลบั้มชุดสำคัญต่อวงการที่ไม่มีใครปฏิเสธในความยอดเยี่ยมของมันได้

ปี 1995 หลังจากความสำเร็จอันไม่น่าเชื่อของ Definitely Maybe ทำให้วงต้องทำการทัวร์คอนเสิร์ต
จำนวนมาก และนี่ถือเป็นจุดสำคัญ เมื่อทุกสายตากำลังจับจ้องอยู่ที่ก้าวต่อไปของ Oasis

และก็ไม่ผิดหวัง อัลบั้มนี้เข้าชาร์ทอันดับ 1 ได้ตั้งแต่สัปดาห์แรก กลายเป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดใน
สัปดาห์แรกว่ากันว่ามีคนซื้ออัลบั้มชุดนี้ทุกๆ
30 วินาที!! ขายได้กว่า 347,000 แผ่นในสัปดาห์แรก เกิดกระแสคลั่งไคล้ Oasis ครั้งใหญ่ การแสดงคอนเสิร์ตทุกรอบของวงตั๋วขายเกลี้ยงแม้แต่ในระดับสนามกีฬาใหญ่ๆ

กับการเปิดตัวอัลบั้มใหม่ของพวกเขา (What's the story) Morning Glory? Oasis ได้ลบข้อสงสัยต่างๆ
ที่มีอยู่ว่า พวกเขายังมีอะไรหลายๆอย่างที่ยังไม่ดีเท่าวงร็อคแอนด์โรลรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จเหมือนกันในศตวรรษนี้ อัลบั้มนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความกล้าแสดงออก
,ความคิดสร้างสรรค์,พลังงาน และ ความเป็นแบบฉบับเฉพาะของตนเองซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสุดยอดเหมือนกับวงร็อคในอดีตอย่าง The Beatles หรือ The Rolling Stones จนยกระดับ Oasis ก้าวขึ้นสู่วงร็อคระดับโลกทั้งในแง่ดนตรีและภาพลักษณ์ จนได้รับการขนานนามว่า The Beatles แห่งยุค'90s

อัลบั้มนี้ประกอบไปด้วย2เพลงที่มีชื่อเสียงที่สุดของวงอย่าง Wonderwall เพลงร็อคสุดขลังที่ฮิตไปทั่วโลก , Don't look back in Anger เพลงบัลลาดที่ไพเราะและไม่มีใครไม่รู้จัก รวมไปถึง
Some Might Say ซิงเกิ้ล #1 แผ่นแรกของวงและ Roll with It ตัวแทนเพลงยุค Britpop
 
เมื่อครั้งทำสงครามชาร์ทกับBlur

เพลงเครื่องสายสุดไพเราะอย่าง Cast No Shadow ที่โนลแต่งอุทิศให้ Richard Ashcroft นักร้องนำ
วง
The Verve , Morning Glory เพลงที่เคยถูกวิจารณ์ว่าเป็นร็อคแอนด์โรลชั้นเยี่ยมแห่งยุค
ตั้งแต่
She's Electric ไปจนถึง Hey now ล้วนแต่เป็นผลงานที่แสดงถึงความอัจฉริยะของ
สองพี่น้องกัลลาเกอร์ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่พ้นแทร็คเปิดและแทร็คปิดอย่าง
Hello และ Champagne Supernova มหากาพย์ที่เริ่มด้วยเสียงกีต้าร์อะคูลติกใสๆแล้วเปลี่ยนเป็นทำนองรุนแรงด้วยเสียงกีต้าร์ไฟฟ้าและจบลงที่เสียงอะคุสติกไพเราะจับใจ ความยาวกว่า7นาที ปิดอัลบั้มไปอย่างสมบูรณ์

ในช่วงนั้นเกิดกระแส Britpop โด่งดังขึ้นมาด้วยการนำของ Oasis และคู่ปรับอย่าง Blur นำไปสู่
The Battle of Britpop ซึ่งถึงแม้ซิงเกิ้ล Roll with It จะพ่ายแพ้แก่ Country House
ซิงเกิ้ลดังของ
Blur ในยกแรก แต่ท้ายสุดอัลบั้มของ Oasis ก็ทำยอดขายมากกว่าหลายเท่า
นำไปสู่ชัยชนะในสงครามในที่สุด

(What's the story) Morning Glory? ทำยอดขายทั่วโลกไปแล้วกว่า 20 ล้านแผ่น ได้แผ่นเสียงทองคำขาวมากที่สุดถึง14แผ่นในอังกฤษ และได้ 4แผ่นในอเมริกา กลายเป็นอัลบั้มจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จมาก
ที่สุดในรอบ
10ปีที่ผ่านมา ทำสถิติขายได้กว่า4.3 ล้านแผ่นเฉพาะในอังกฤษ ถือเป็นอัลบั้มที่ขายได้มากที่สุด
ในอังกฤษอันดับ
3เป็นรองเพียงแค่ Queen และ The Beatles ส่งผลให้วงคว้า3รางวัลใหญ่ใน
Brit Awards 1996
จนทุกวันนี้อัลบั้มยังเข้า UK Chart อยู่เป็นประจำ

Oasis ปิดฉากปี1996และยุคนี้ด้วยการแสดงคอนเสิร์ตกลางแจ้งครั้งประวัติศาสตร์ที่ Knebworth 2 คืนพร้อมกับคนดูกว่า 250,000 คน เป็นไปตามที่โนลเคยกล่าวไว้ที่นั่นว่า “This is History

รายชื่อเพลง

1. Hello
2. Roll With It
3. Wonderwall
4. Don't Look Back In Anger
5. Hey Now!
6. Some Might Say
7.
Cast No Shadow

8. She's Electric
9. Morning Glory
10. Champagne Supernova