![]() |
|||||||||||||||||||||||||||
| Home | The Band | The History | The Music | The Facts | The Gallery | Quotes | Download | Webboard | Guestbook | ||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||
![]() ![]() 1994 - Q Award สาขา Best New Act
1995
-
Brit Award: Best British Breakthrough Act
|
|||||||||||||||||||||||||||
![]() - Oasis ทำยอดขายจากทุกอัลบั้ม ซิงเกิ้ล การแสดงสดและบ๊อกเซตต่างๆรวมกันทั่วโลกแล้วกว่า 50 ล้านแผ่น - อัลบั้ม Definitely Maybe กลายเป็นอัลบั้มเปิดตัวของศิลปินหน้าใหม่ที่ขายได้เร็วที่สุดใน ประวัติศาสตร์ เมื่อออกจำหน่ายครั้งแรก - อัลบั้ม (What's the Story) Morning Glory? เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในอังกฤษตลอดกาลเป็นอันดับ 3 โดยทำยอดขายกว่า 4.3 ล้านแผ่นเฉพาะในประเทศ และกว่า 20 ล้านแผ่นทั่วโลก - Be Here Now เป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษ ทำยอดขายกว่า 695,761 ภายใน4วัน ในขณะที่อัลบั้มอื่นๆของวงก็ตามติดมาในอันดับ 6 (What's the Story) Morning Glory? อันดับ7 Standing On The Shoulder of Giants และอันดับ11 Don't Believe the Truth - คอนเสิร์ต 2 คืนที่ Knebworth ปี1996 กลายเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในเกาะอังกฤษ ด้วยจำนวนคนดูกว่า 250,000 คน มีคนมากกว่า 13 ล้านคนที่พยายามหาซื้อตั๋ว - ปี 2005 Guinness Book of World Records ได้ทำการบันทึก Oasis ว่าเป็น "วงจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบ10ปีที่ผ่านมา" - Oasis มีซิงเกิ้ลที่สามารถขึ้นชาร์ทที่1ในอังกฤษมากถึง 8 เพลง นอกจากนั้นยังมีผลงานTop5 อีกกว่า 18 เพลง และ Top10 อีกกว่า 20 เพลง - ในช่วงที่ Oasis โด่งดังสุดขีด มีคนดังๆประกาศเป็นแฟนเพลงมากมาย อาทิ Paul McCartney , Paul Weller และ ลาร์ส อุลริช มือกลองวง Metallica - จอร์จ มาร์ติน "เต่าทองตัวที่ 5" โปรดิวเซอร์อัลบั้มทุกชุดของ The Beatles เคยกล่าว ชมโนลว่าเป็นนักแต่งเพลงที่ดีที่สุดในยุคนี้ - BBC ของอังกฤษ เคยรายงานว่า Wonderwall กลายเป็นเพลงที่ถูกออกอากาศบ่อยที่สุดในยุค 90's - โนล กัลลาเกอร์เคยได้รับเชิญเป็นแขกพิเศษ ในงานเลี้ยงฉลองที่ 10 Downing Street ของ Tony Blair -Channel 4 100 Greatest Albums of All Time จัดอันดับให้ #6 Definitely Maybe, #15 (What's The Story) Morning Glory? -Virgin Radio's 100 Greatest British Artists, 2003 ได้จัดอันดับให้ Oasis เป็น #3 - Q Magazine's 100 Greatest Gigs, 2004 จัดอันดับ #3 Oasis - Knebworth 1996 - Q Magazine's 50 Best British Albums Ever, July 2003 ได้จัดให้ Definitely Maybe ครองอันดับ 1 อย่างสมภาคภูมิ - Q Magazine Reader's 100 Greatest Albums, January 2006 เปิดโอกาสให้ผู้อ่าน ได้ร่วมโหวตและมีOasisติดมา2อันดับคือ #5 Definitely Maybe ตามมาติดๆด้วย #8 (What's The Story) Morning Glory? - (What's The Story) Morning Glory? กลายเป็นอัลบั้มยอดเยี่ยม #376 จากนิตยสาร Rolling Stone ในอเมริกา - Q Magazine ประจำเดือนตุลาคม 2006 ได้ให้ประชาชนโหวตเพลงที่ดีที่สุดตลอดกาล ผลการโหวตมี Oasis ติดอยู่ถึง 4 เพลง ได้แก่ #1 Live Forever, #2 Wonderwall, #20 Don't Look Back in Anger และ #35 Champagne Supernova - NME ร่วมกับอุตสาหกรรมดนตรีอังกฤษ จัดทำหนังสือ Book of British Singles and Albums เพื่อฉลอง 50 ปีของ UK Chart โดยมี Definitely Maybe #1 ตามด้วย (What's The Story) Morning Glory? #5
- NME
จัดอันดับ 50 Greatest Indie Anthems Ever
โดยมีเพลงของ Oasis ติดอันดับมาเป็นจำนวนมาก ได้แก่#1
Live Forever, #14 Don't Look Back in Anger, #25
Supersonic, #27 Wonderwall, #31 Cigarettes
And Alcohol, #39 Champagne Supernova |
|||||||||||||||||||||||||||
![]() Oasis ทำยอดขายจากอัลบั้มทั้งหมดทั่วโลกรวมทั้งสิ้นนั้นอยู่ราวๆ 56 ล้านแผ่น และเมื่อรวมซิงเกิ้ล บ๊อกเซต EP ต่างๆเข้าไปอีก คาดว่ามีสิทธิ์เกิน 60 ล้านแผ่นสูง โดยสามารถทำยอดขายอัลบั้มในอังกฤษประเทศเดียวไปได้กว่า 12 ล้านแผ่น ซิงเกิ้ลอีกเกือบ 6 ล้านแผ่น นับว่าเป็นวงจากอังกฤษที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อวัฒนธรรมและภาพลักษณ์ต่อวงการดนตรีอย่างมากในยุค '90s |
|||||||||||||||||||||||||||