![]() |
|||||||||||||||||||||||||||
| Home | The Band | The History | The Music | The Facts | The Gallery | Quotes | Download | Webboard | Guestbook | ||||||||||||||||||
|
อัลบั้มที่เต็มไปด้วยซาวนด์เอฟเฟกต์และไซคีเดลิก
หลังจบทัวร์รอบโลก
แฟนๆจำนวนมากยังคงให้โอกาสและรอคอยอัลบั้มใหม่จากพวกเขาอยู่ แม้ว่า
ปี
1999
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ
2
สมาชิกดั้งเดิมของวงอย่าง
Bonehead
และ
Guigsy
ผลลัพธ์ที่ได้คืออัลบั้ม
Standing on the
Shoulders of Giants
สามารถขึ้นไปอยู่
#1
ในอังกฤษได้อีกครั้ง แต่สื่อมวลชนออกความเห็นว่าอัลบั้มชุดนี้หลุดไปจากวงโคจรที่ ควรจะเป็น และหมดมนต์ขลังที่วงเคยสร้างสมบารมีมาแต่ก่อน หลายคนเกรงว่าจะหมดยุครุ่งเรืองของวง เพลงอย่าง Put Yer Money Where Yer Mouth Is ถึง Roll it Over เป็นเพียงแค่เพลงดาดๆ Little James จากฝีมือการแต่งของเลียมยังไม่ดีพอ ในขณะที่ซิงเกิ้ลต่อๆมาอย่าง Who Feels Love? ที่มีกลิ่นของซาวนด์ดนตรีตะวันออก และบัลลาดSunday Morning Call แม้จะมีความดีอยู่บ้าง แต่ก็ยังเทียบกับความดีงามในอดีตของวงไม่ได้แม้แต่น้อย แทร็คสำคัญอย่าง Gas Panic! และ Where did it all Go Wrong? จัดว่าปานกลาง Oasis ออกทัวร์เพื่อโปรโมตอัลบั้ม แต่มันเต็มไปด้วยความเสเพลและวุ่นวาย Gem และ Andy สองสมาชิกใหม่ยังต้องใช้เวลาในการปรับตัว ในขณะที่สองพี่น้องกัลลาเกอร์มีปัญหากินเส้นมากขึ้นทุกวัน และแล้วในที่สุด โนล ตัดสินใจwalk out ระหว่างการทัวร์ยุโรปะละประกาศจะไม่ทัวร์ร่วมกับ Oasis อีก เลียมจำใจต้องทัวร์ต่อโดยปราศจากโนล แฟนๆคิดว่าวงจะต้องอวสานแน่ๆในงานนี้
“ผมคิดว่านั่นเป็นช่วงเวลาตกต่ำที่สุดของวง”
Noel
กล่าว การแสดงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในโชว์ 2 คืนที่ Wembly Stadium ท่ามกลางคนดูกว่า 70,000 คน กลายเป็นคอนเสิร์ตครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของวง โดยคืนแรกถูกบันทึกภาพออกจำหน่ายในชื่อ Familiar to Millions
ชื่ออัลบั้ม
Standing on the Shoulder
of Giants
มาจากประโยคที่
Sir Isaac Newton
ที่ว่า
ปัจจุบัน
Standing on the
Shoulder of Giants
ทำยอดขายทั่วโลกไปราว
3
ล้านแผ่น กลายเป็นอัลบั้มที่ |
|||||||||||||||||||||||||||
|
|
|||||||||||||||||||||||||||