|


มันกลายเป็นอัลบั้มที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตารอมากที่สุด
กว่าที่อัลบั้มไหนๆเคยมีมา
หลังจบปี
1996
มีคำถามเกิดขึ้นว่า
พวกเขาจะไปในทิศทางไหน?
Definitely Maybe
กลายเป็นอัลบั้ม
เปิดตัวที่ยอดเยี่ยมที่สุด
(What's the Story)
Morning Glory?
กลายเป็นอัลบั้มที่ยิ่งใหญ่ไปทั่วโลก
คอนเสิร์ตคนดูกว่าสองแสนห้าหมื่นคนที่
Knebworth
กับ
3
รางวัลใหญ่ใน
Brit Awards
พวกเขาใช้เวลาเพียงแค่
3
ปีในการขึ้นมาจุดสูงสุด
พวกเขาใช้เวลา
10
เดือนในการตอบคำถามนี้
ตลอด
10
เดือน ไม่ว่าเลียมหรือโนล
ทุกๆครั้งที่พวกเขาทำพื้นบ้านสกปรก,มีเรื่องมีราว,ทำความสะอาดบ้าน,ตัดผม,เปลี่ยนผ้าม่าน,ขึ้นเครื่องบิน,แต่งงาน,ไปเที่ยวผับ
จะต้องกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งบนแผงหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ทุกครั้งไป
ทันทีที่
Be Here Now
วางจำหน่ายในปี
1997
มันยังคงทำสถิติยอดขายเป็นอัลบั้มที่ขายได้เร็วที่สุดใน
ประวัติศาสตร์อังกฤษ เพียงแค่
3
วัน ทำยอดขายได้ถึง
695,761
แผ่น!!
และยังไม่มีใครทำลายได้
กลายเป็นระเบิดลูกโตในวงการ ขึ้น
#1
กว่า
28
ประเทศทั่วโลก
ได้รับคำชมจากนักวิจารณ์หลายสำนัก
แต่ก็แค่ช่วงแรกเท่านั้น เมื่อกาลเวลาได้พิสูจน์มันในเวลาต่อมา
หลังจากหมดช่วงแรกของการจำหน่ายไม่นาน
ตัวอัลบั้มกลับถูกสับเละโดยสื่อมวลชน ด้วยความยาวของเพลงที่เกินความจำเป็น ขาดความน่าสนใจ และความกระตือรือร้นเหมือนในอดีต
ไร้ความสร้างสรรค์
เป็นเหมือนระเบิดน้อยหน่าที่สร้างความพรั่นพรึงในช่วงเวลาสั้นๆต่างกับระเบิดนิวเคลียร์
"ผมรู้สึกแปลกใจมากเมื่อมีผู้คนกล่าวว่าเป็นอัลบั้มโปรดสำหรับพวกเขา
เพราะผมไม่ชอบมันเอาเสียเลย”
Noel กล่าว
ในขณะที่เลียมรู้สึกชอบอัลบั้มนี้อย่างมาก “พวกเราคิดว่ามันเจ๋งมากๆ”
Liam กล่าว
ด้วยซาวนด์กีต้าร์เสียงกัมปนาทในชุดนี้ ซิงเกิ้ลเปิดตัว
D'
You Know What I Mean?
ทำได้ดีบนชาร์ท
คือสามารถขึ้นที่
1
ในอังกฤษ
แต่มีเนื้อเพลงที่ขาดความคมคาย จนถึงกับโดนตั้งแง่ในความสามารถเชิงสร้างสรรค์
,
Fade In-Out
ไปจนถึง
My Big Mouth
ถูกตั้งคำถามในความน่าสนใจ ในขณะที่
Magic Pie
นั้นยังเทียบไม่ได้กับ
Don't look back in Anger
จากอัลบั้มก่อน
อย่างไรก็ตาม
Key Track
กลับตกไปอยู่ที่เพลงอย่าง
Be Here Now
พลังจากโคเคน
,
It's Getting Better Man!!
และ
I Hope,I Think,I Know
เพลงร็อคชั้นดีสไตล์
Oasis
จนถึงซิงเกิ้ลดังอย่าง
Stand By Me
ไปจนถึง
All Around the World
ยังคงออกมาดีและฝากความหวังไว้ได้ ส่วน
Don't Go Away
ก็ยังถูกใจใครหลายๆคน
Oasis
ออกเดินสายทัวร์โปรโมตไปในหลายๆเมืองทั่วโลก ไฮไลท์อยู่ที่การแสดงครั้งสำคัญที่
G-Mex Manchester
บ้านเกิดของพวกเขา
และเลียมในยุคนี้ถือว่าเป็นจุดพีคในการร้องของเขาทีเดียว
ปัจจุบัน
Be Here Now
ทำยอดขายทั่วโลกไปแล้วกว่า
8
ล้านแผ่น แต่มันก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเสื่อม
ความนิยมของวงในเวลาต่อมาไม่นาน
และนี่เป็นอัลบั้มสุดท้ายก่อนที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง
ในวงตั้งแต่ไลน์อัพยุคคลาสสิค ไปจนถึงการย้ายค่าย
ปัญหาความแตกแยกและความตกต่ำที่จะตามมา
อย่างไรก็ตามอัลบั้มยังคงถูกจดจำได้เสมอ
เนื่องด้วยความดีของมันยังช่วยสานต่อให้
Oasis
ก้าวต่อไปบนเส้นทางของวงร็อคแถวหน้า
รายชื่อเพลง
1.
D'You Know What I Mean?
2.
My Big Mouth
3.
Magic Pie
4.
Stand By Me
5.I
Hope,I Think,I Know
6.
The Girl In The Dirty Shirt
7.
Fade In-Out
8.
Don't Go Away
9.
Be Here Now
10.
All Around The World
11.
It's Getting Better Man!!

|